ป้ายกำกับ: แสดงสินค้า

การออกแบบ และ ตกแต่งร้านค้า (ตอนที่2)

ในตอนที่แล้วพูดถึงมุมมองของ การออกแบบและ ตกแต่งร้านค้า จากสภาพภายนอกร้านค้า (Exterior design) ไปแล้ว เหลืออีกสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่ง นั้นก็คือ   สภาพภายในร้านค้า (Interior design)

การตกแต่งภายใน (interior design)

 ความประทับใจแรกพบเป็นสิ่งสำคัญในธุรกิจค้าปลีก “ first impression is very important in retailing”  “การสร้างความประทับใจแรกเห็น เป็นหัวใจสำคัญในการเชื้อเชิญลูกค้าเข้าร้าน” หลัง จากที่ได้พิจารณาการตกแต่งภายนอกร้านแล้ว สภาพภายในก็เป็นสิ่งที่เราไม่ควรละเลยเช่นกัน สภาพภายใน ณ ที่นี้ เราจะพิจารณาในเรื่องของบรรยากาศภายในร้าน อุณหภูมิ แสงสว่าง และการวางผังภายในร้าน

     1. บรรยากาศภายในร้าน ( atmosphere ) จัดได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะดึงดูดลูกค้าให้สนใจในสินค้าภายในร้าน ทางเข้าควรจะต้องเป็นสินค้าที่สะท้อนถึงธุรกิจที่ดำเนินอยู่โดยอาศัยสื่อสัมผัสทั้ง 5 คือการได้ยิน การได้เห็น การได้ลิ้มรส และการได้สัมผัสเป็นสื่อกระตุ้นให้สนใจ ตัวอย่างเช่น ร้านสรรพาหาร หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต เรามักจะพบว่าสินค้าที่วางถัดจากทางเข้าส่วนใหญ่จะเป็นผักและผลไม้ เพราะผักและผลไม้เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความเขียวสดของสินค้าซึ่งจำหน่าย อยู่ ร้านขายเครื่องเสียงก็จะอาศัยเสียงเพลงที่เปิดดังกระหึ่มเป็นสิ่งกระตุ้น ร้านขายหนังสือก็มักจะเอาหนังสือแมกกาซีนมางวางด้านนอกส่วนหนึ่งให้ลูกค้ามี โอกาสเปิดสัมผัสดู เหล่านี้เป็นต้น

 2. อุณหภูมิภายในร้าน ก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึง บรรยากาศภายในร้านไม่ควรจะร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไป อุณหภูมิที่พอเหมาะก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในร้าน ให้ดีขึ้น

 3. แสงสว่างภายในร้าน ก็เป็นปัจจัยต่อมาที่มีผลต่อบรรยากาศภายในร้าน โดยทั่วไปแล้วเพดานภายในร้านไม่ควรจะสูงเกิน 3 เมตร ซึ่งเป็นความสูงที่พอเหมาะ สำหรับประเทศเรา ถ้าเพดานสูงเกินไปในขณะที่ร้านมีขนาดไม่ใหญ่นัก ก็จะทำให้ลูกค้าที่เข้าร้านมีความรู้สึกว่าร้านโล่ง มีสินค้าไม่มาก ขณะเดียวกันก็ต้องเปลืองไฟเพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้แสงสว่างเท่าเดิม แต่ถ้าร้านเตี้ยจะทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกว่าอึดอัด แสงสว่าง

  4. สีที่ใช้ในร้าน ก็ควรให้สอดคล้องกับบุคลิกของร้านค้าปลีกแต่ละประเภท สีแดงอาจให้ความรู้สึกถึงความตื่นเต้นและเร้าใจ ซึ่งอาจจะเหมาะกับภัตตาคาร ไนท์คลับ ถ้าเป้นร้านเบเกอรี่ หรือ ร้านจำหน่ายอาหาร สีขาวเป็นสีที่เหมาะสมเพราะให้ความรู้สึกถึงความาสะอาด สีเหลืองสดจะเหมาะกับร้านขายของเด็กเล่น หรือร้านขายสินค้าวัยรุ่น เพราะสีเหลืองเป็นสีที่สดใส หากเป็นร้านเสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับลูกค้าระดับสูง สีฟ้า เขียว จึงเป็นสีที่เหมาะสมเพราะ ดูสบายตาไม่หวือหวา พื้นที่ร้านจะปูกระเบื้องหรือปูพรมขึ้นอยู่กับธุรกิจของร้าน เช่นกัน ถ้าเป็นธุรกิจที่เน้นกลุ่มลูกค้าระดับบน การปูพรมภายในร้าน ก็เป็นการสร้างภาพลกษณ์ของร้านค้าให้ดูเหมาะสม ดังนั้นวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในการตกแต่งภายในควรมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยไม่สิ้นเปลือง ค่าใช้จ่ายมากนัก

ปัจจัยดีไซน์ อื่นๆ

  นอกเหนือจากปัจจัยที่กล่าวข้างต้น แสงสว่าง ฝ้า พื้น เพดาน ชั้นวางสินค้า, การแสดงสินค้า ( Display ) ก็เป็นส่วนประกอบที่ท่านละเลย ไม่ได้ ทั้งนี้จะต้องสอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อสินค้านั้นๆ โดยหลักการทั่วไปแล้ว ถ้าจัดวางสินค้าบนชั้นวางแบบ Supermarket จุดว้ายบน ระดับสายตาจะเป็นจุดเด่นที่สุด เพราะพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ มองจากซ้ายไปขวา ( เราเขียนหนังสือจากซ้ายไปขวา ) จากบนลงล่าง จากหน้าไปหลัง และจากเล็กไปใหญ่  ด้วย เหตุผลดังกล่าว เวลาจัดเรียงเสื้อในแนวน้ำตก จะเห็นว่า เสื้อไซส์เล็กสุดคือเบอร์ Sจะอยู่หน้าสุด ไล่ไปตามขนาดต่อไปก็คือ M, L และ XL ตามลำดับ เป็นต้น ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างของธุรกิจค้าปลีก จึงต้องศึกษาในรายละเอียด ( Detail ) อย่างลึกซึ้ง สมกับประโยคที่หลายคนเคยพูดว่า “Retail is Detail”