ป้ายกำกับ: ตกแต่งร้านค้า

เทคนิคการจัดร้านขายของในตลาดนัด

เทคนิคการจัดร้านขายของในตลาดนัด

             พื้นที่สำหรับใช้ในการขายของตลาดนัดนั้นส่วนใหญ่จะมีค่อนข้างจำกัด แต่พ่อค้าแม่ขายมืออาชีพหลายคนก็สามารถรังสรรค์ให้พื้นที่เล็กๆ นี้น่าสนใจจนดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาอุดหนุนกันได้นักต่อนัก เราขอเสนอไอเดีย เทคนิคการจัดร้านขายของในตลาดนัด

1.โชว์สินค้าให้มากที่สุดและโชว์ให้เต็มพื้นที่

            เทคนิคนี้ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรให้ยุ่งยากวุ่นวาย เพียงแค่คุณนำสินค้าที่ต้องการจะขายมาจัดวางให้เต็มพื้นที่หน้าร้านของคุณ โดยทำให้ดึงดูดความสนใจและสะดุดตาผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาด้วยจำนวนและความหลากหลายของสินค้าบนแผง ซึ่งรับรองว่าใครที่เดินผ่านไปผ่านมาจะต้องหันมามองอย่างแน่นอน เพราะสายตาของคนเราย่อมสะดุดกับอะไรที่อลังการและตระการตาเสมอ

2. ออกแบบการชั้นวางสินค้าให้น่าสนใจ

           ไอเดียการสร้างสรรค์ชั้นวางสินค้าให้น่าสนใจและเสริมให้ตัวสินค้าที่วางอยู่นั้นน่าหยิบจับก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะบางครั้งสินค้าที่คุณขายอาจจะเป็นสินค้าธรรมดาๆ ที่สามารถเห็นได้ทั่วๆ ไป แต่พอสินค้าชิ้นนั้นถูกนำมาวางบนชั้นที่ถูกดีไซน์มาอย่างสวยงาม มันก็อาจจะดูน่าซื้อขึ้นมาทันทีทันใด

การตกแต่งร้านค้าให้น่าสนใจ

          การตกแต่งร้านค้าให้น่าสนใจนั้น รูปลักษณ์ร้านค้าภายนอก และภายในร้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างความประทับใจและยังดึงดูดให้ ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ มาอุดหนุนที่ร้าน นอกเหนือจากอัธยาศัยและบริการที่ดีของเจ้าของร้าน

1. การตกแต่งภายนอกร้าน

              การตกแต่งหน้าร้านด้วยวัสดุท้องถิ่น การทาสีร้านให้สะดุดตา การติดป้ายและวัสดุตกแต่งที่แปลกตา และการมีป้ายชื่อร้านเพื่อให้เป็นที่จดจำ เป็นต้น

2. การตกแต่งภายในร้านแสง

  •  แสงสว่างภายในร้านช่วยให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าง่ายขึ้น เสียง
  • ใช้เสียงเชิญชวนลูกค้า ทักทาย พูดคุยกับลูกค้า หรือเปิดดนตรีคลอเบาๆ สะอาด
  • จัดร้านสวย สะอาด ทั้งสินค้า ชั้นวาง และตู้แช่ สะดวก
  • สามารถเลือกซื้อสินค้าได้สะดวกและต่อเนื่อง สบาย
  • ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นกันเอง สบายใจเมื่อซื้อสินค้าเรา

3. การตกแต่งร้านตามเทศกาล

           การตกแต่งร้านตามเทศกาล ช่วยทำให้ลูกค้าทราบว่าร้านค้ามีสินค้าตามเทศกาลจำหน่าย ช่วยเพิ่ม ยอดขายและสร้างภาพลักษณ์ว่าร้านค้ามีสินค้าและบริการหลากหลาย ครบตามความต้องการตลอดทั้งปี

 

 

 

การจัดตกแต่งร้านค้า และ การจัดวางสินค้า

ส่วนใหญ่ร้านขายสินค้ามักจะมีผู้ขาย ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการเอง หรือบางร้านอาจมีการจ้างพนักงานขายของโดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่เอาใจใส่คอยแนะนำให้คำอธิบาย ต่าง ๆ แก่ลูกค้า  หากเป็นร้านขนาดใหญ่มีสินค้าหลายชนิดย่อมทำให้ต้องมีพนักงานขายจำนวนมาก

การจัดตกแต่งร้านค้า มีความสำคัญต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

1.  แสงสว่างภายในร้าน  แสงสว่างธรรมชาติมักไม่เพียงพอและแสงแดดมักทำความเสียหาย ให้แก่สินค้า การใช้แสงไฟฟ้า แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงแต่ก็จูงใจลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าได้มากกว่าร้านที่ดูมัวซัว มุมห้องมืด ๆ หากสินค้าตัวใดจะเน้นให้ลูกค้าสนใจเป็นพิเศษควรใช้สปอร์ตไลท์ส่องเรียกความสนใจแสงไฟ ในร้านควรเลือกใช้แสงจากหลอดฟลูโอเรสเซนท์ ก่อนตัดสินใจเรื่องแสงสว่างควรรู้ว่าค่าไฟฟ้าจะเป็นสักเท่าใด และใช้ไฟฟ้า กี่ดวงถึงจะคุ้มค่ากับการขายสินค้าด้วย

2.  การตกแต่งสีภายนอกและภายในร้าน นอกจากการทาสีร้านค้าให้สดใสสว่าง สวยงามแล้ว สีของหีบห่อ และตัวสินค้าก็สามารถนำมาตกแต่งให้ร้านค้าดูดีขึ้นจะต้องให้ผู้คนเห็นสินค้า ชัดเจน และสวยงาม แต่ก็ไม่ควรนำสินค้าที่ต่างชนิดกันแต่สีเดียวกันมาวางไว้รวมกัน เพราะจะทำให้ดูเหมือนกันไปหมด จึงควรแยกสินค้าที่มีสีสรรเหมือนกัน แต่ต่างชนิดกันเรียงไว้ต่อ ๆ กัน เพื่อให้เห็นความแตกต่าง

การออกแบบ และ ตกแต่งร้านค้า (ตอนที่2)

ในตอนที่แล้วพูดถึงมุมมองของ การออกแบบและ ตกแต่งร้านค้า จากสภาพภายนอกร้านค้า (Exterior design) ไปแล้ว เหลืออีกสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่ง นั้นก็คือ   สภาพภายในร้านค้า (Interior design)

การตกแต่งภายใน (interior design)

 ความประทับใจแรกพบเป็นสิ่งสำคัญในธุรกิจค้าปลีก “ first impression is very important in retailing”  “การสร้างความประทับใจแรกเห็น เป็นหัวใจสำคัญในการเชื้อเชิญลูกค้าเข้าร้าน” หลัง จากที่ได้พิจารณาการตกแต่งภายนอกร้านแล้ว สภาพภายในก็เป็นสิ่งที่เราไม่ควรละเลยเช่นกัน สภาพภายใน ณ ที่นี้ เราจะพิจารณาในเรื่องของบรรยากาศภายในร้าน อุณหภูมิ แสงสว่าง และการวางผังภายในร้าน

การออกแบบ และ ตกแต่งร้านค้า (ตอนที่1)

การออกแบบและ ตกแต่งร้านค้า ที่ดี นั้นจำเป็นต้องมีดีไซน์(Design) ดีไซน์ ในที่นี้หมายถึง ทุกอย่างที่ลูกค้ารับรู้ สัมผัสได้ว่าร้านค้าเป็นอย่างไรทั้งจากสภาพภายนอกร้านค้า (Exterior design) และสภาพภายในร้านค้า (Interior design)

สภาพภายนอกร้านค้า (Exterior design)

  สำหรับสภาพภายนอกร้านค้านั้น สิ่งที่ผู้ค้าปลีกจะต้องให้ความสนใจ ของร้านค้าปลีกก็คือ สภาพภายนอกของร้านค้าปลีกเป็นประการแรกก่อน ผู้ค้าปลีกจึงต้องเข้าใจพฤติกรรมดังกล่าวของผู้บริโภค เพื่อจะปรับสภาพภายนอกของร้านให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้ค้าปลีกจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้มาก สภาพภายนอกของร้านค้าปลีกที่ต้องพิจารณาประกอบด้วย ป้ายหน้าร้าน  ทางเข้าร้าน  หน้าต่างโชว์หรือกระจกหน้าร้าน และภาพรวม ทั้งหมดของร้าน