หมวดหมู่: ชั้นวางสินค้า

ชั้นวางสินค้า ชั้นวางของ

หลักการเลือกชั้นวางสินค้า

หลักการเลือกชั้นวางสินค้า

             ชั้นวางสินค้า มีหลากหลายประเภท แต่ละประเภทของชั้นวางสินค้า ก็มีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันไป และด้วยลักษณะที่แตกต่างนั้น จึงเป็นที่มาของการเลือกใช้ชั้นวางสินค้าให้เหมาะสมกับสินค้าและปัจจัยต่างๆ การวางผังติดตั้งชั้นวางสินค้าในห้างฯ ร้าน โกดัง-คลังสินค้า เพื่อจะได้ใช้ต้นทุนที่ต่ำสุดแต่ทำให้เกิดประสิทธิผลในการจัดเก็บสินค้าได้มากที่สุด

1. ประเภทของสินค้าที่จะจัดเก็บ

            เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สุดในการกำหนดอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ที่จะเลือกมาใช้ในการจัดเก็บสินค้า เช่น ขนาด ชนิดและน้ำหนักของสินค้า เป็นตัวกำหนดว่าจะใช้ชั้นวางประเภทใด สินค้าที่จะต้องเข้าก่อน-ออกก่อน สินค้าที่จัดโปรโมชั่น เป็นสินค้าชนิดเดียวกัน หรือสินค้าหลากหลายชนิด ต้องการเลือกเบิกจ่ายตลอดเวลาหรือไม่ ปริมาณสินค้ามีมากน้อยแค่ไหน ควรต้องคำนึงถึงรูปแบบการวางสินค้าตั้งแต่สินค้าชิ้นเล็กๆไปจนถึงสต็อกสินค้า

2. ชนิดของแผ่นพาเลท

             ขนาดของแผ่นพาเลทจะต้องเลือกให้เหมาะสม สามารถรับน้ำหนักสูงสุดของสินค้าที่จะวางบนบีมได้ แรคจะเป็นตัวกำหนดว่าจะต้องใช้พาเลทขนาดเท่าไหร่ ขณะเดียวกันก็เป็นตัวกำหนดรถยกที่จะใช้ว่าต้องรับน้ำหนักกี่กิโลกัรม ยกได้สูงเท่าไหร่

เทคนิคการจัดร้านขายของในตลาดนัด

เทคนิคการจัดร้านขายของในตลาดนัด

             พื้นที่สำหรับใช้ในการขายของตลาดนัดนั้นส่วนใหญ่จะมีค่อนข้างจำกัด แต่พ่อค้าแม่ขายมืออาชีพหลายคนก็สามารถรังสรรค์ให้พื้นที่เล็กๆ นี้น่าสนใจจนดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาอุดหนุนกันได้นักต่อนัก เราขอเสนอไอเดีย เทคนิคการจัดร้านขายของในตลาดนัด

1.โชว์สินค้าให้มากที่สุดและโชว์ให้เต็มพื้นที่

            เทคนิคนี้ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรให้ยุ่งยากวุ่นวาย เพียงแค่คุณนำสินค้าที่ต้องการจะขายมาจัดวางให้เต็มพื้นที่หน้าร้านของคุณ โดยทำให้ดึงดูดความสนใจและสะดุดตาผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาด้วยจำนวนและความหลากหลายของสินค้าบนแผง ซึ่งรับรองว่าใครที่เดินผ่านไปผ่านมาจะต้องหันมามองอย่างแน่นอน เพราะสายตาของคนเราย่อมสะดุดกับอะไรที่อลังการและตระการตาเสมอ

2. ออกแบบการชั้นวางสินค้าให้น่าสนใจ

           ไอเดียการสร้างสรรค์ชั้นวางสินค้าให้น่าสนใจและเสริมให้ตัวสินค้าที่วางอยู่นั้นน่าหยิบจับก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะบางครั้งสินค้าที่คุณขายอาจจะเป็นสินค้าธรรมดาๆ ที่สามารถเห็นได้ทั่วๆ ไป แต่พอสินค้าชิ้นนั้นถูกนำมาวางบนชั้นที่ถูกดีไซน์มาอย่างสวยงาม มันก็อาจจะดูน่าซื้อขึ้นมาทันทีทันใด

วิธีการพูดเพื่อเพิ่มยอดขายสำหรับร้านค้า

วิธีการพูดเพื่อเพิ่มยอดขายสำหรับร้านค้า

             เมื่อท่านมีอาชีพขายสินค้า การพูดคุย ทักทายกับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคำพูดของคุณเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเลยก็ว่าได้ คำพูดของคุณทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจนอกจากจะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณแล้ว คำพูดนั้นยังสามารถซื้อใจลูกค้าให้มาอุดหนุนร้านเราในระยะยาวอีกด้วย

1. พูดกล่าวคำว่า “สวัสดี”

             วิธีพูด ง่ายๆแต่ได้ผล คำทักทายง่าย ๆ อย่าง สวัสดี เป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะเมื่อลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน แล้วคุณกล่าวคำว่า สวัสดี นั้นจะช่วยลดอาการเกร็งในการเลือกซื้อสินค้าของลูกค้าได้ในระดับหนึ่ง คำว่า สวัสดี สามารถใช้ได้กับคนทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นลูกค้าประจำ หรือลูกค้าใหม่

2. พูดยกตัวอย่างความประทับใจของลูกค้าเดิม

            ในการเลือกซื้อสินค้าบางครั้งลูกค้าก็เกิดอาการลังเล หรืออาจกังวลในการตัดสินใจที่จะซื้อ เมื่อเจอกับปัญหานี้ให้พ่อค้าแม่ขายลองพูดยกตัวอย่างความประทับใจของลูกค้าเดิมที่เคยซื้อสินค้าของเราแล้วเกิดความชอบ ตัวอย่างเช่น “เสื้อตัวนี้ขายดีจริง ๆ นะคะ ลูกค้าใส่แล้วชอบ เกิดติดใจกลับมาซื้อเพิ่มหลายคนแล้ว เพราะเสื้อตัวนี้ซักแล้วไม่ยืด สีไม่ตก แถมใส่แล้วดูไม่อ้วนอีกด้วยค่ะ”

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับขายของตลาดนัด

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับขายของตลาดนัด

              สำหรับการค้าขายสินค้าต่างๆนั้น นอกไปจากการหาสินค้าและเลือกทำเลในการขายแล้ว อุปกรณ์ต่างๆ ในการขายหรือจัดตั้งร้านค้าก็เป็นสิ่งสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าจะต้องเตรียมพร้อมเช่นเดียวกัน

โครงเหล็ก

             โครงเหล็กจัดเป็นอุปกรณ์ในการจัดตั้งร้านที่มีความจำเป็นสำหรับการ ขายของตลาดนัด ที่พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว โดยโครงเหล็กจะมีลักษณะเป็นโครงสี่เหลี่ยม มีขนาดให้เลือกตามความเหมาะสมของพื้นที่เช่า เป็นโครงที่สามารถถอดประกอบหรือปรับระดับความสูงต่ำได้ และสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ราคาของโครงเหล็กนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของเหล็ก ขนาดของรูปทรง สามารถสั่งซื้อแบบสำเร็จรูปหรือสามารถสั่งทำเป็นพิเศษได้ มีราคาโดยประมาณตั้งแต่ 2,000 – 5,000 บาท

เต้นท์ตลาดนัด

             สำหรับร้านที่ไม่ได้ใช้โครงเหล็ก เต้นท์ตลาดนัดก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้ง่าย สามารถพับเก็บได้ มีราคาโดยประมาณตั้งแต่ 1,500- 3,500 บาทขึ้นอยู่กับขนาด

เทคนิคการตั้งชื่อร้านค้า

เทคนิคการตั้งชื่อร้านค้า

            สำหรับการที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจไม่ว่าจะ ค้าขาย เปิดร้าน สิ่งหนึ่งที่สำคัญ และไม่ควรมองข้ามไปก็คือ “การตั้งชื่อร้าน” เพราะการตั้งชื่อเป็นกลไกอย่างหนึ่งที่จะทำให้ธุรกิจที่คุณกำลังดำเนินอยู่นั้นสัมฤทธิ์ผล ข้อดีของ ชื่อร้าน คือจะทำให้ลูกค้าสามารถจดจำ แล้วทราบได้ทันทีว่าธุรกิจของคุณขายอะไร

1. ตั้งชื่อให้มีความหมายดี

           สิ่งแรกที่คุณต้องนึกถึงเมื่อคิดที่จะตั้งชื่อร้านคือ หาชื่อที่มีความหมายที่ดีเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ร้าน ไม่เป็นชื่อที่คำแผลง คำผวน ไม่ใช้คำที่เป็นภาษากำกวม ชื่อที่ดีนั้นมีผลต่อร้านของคุณเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการแสดงจุดยืน ภาพลักษณ์ของร้าน ลูกค้าหลายคนอาจถูกใจความหมายดี ๆ ของชื่อร้านจนนำมาสู่การเลือกซื้อสินค้าและตัดสินใจซื้อในที่สุด

2. สะกดง่าย ออกเสียงไม่ยาก

           เมื่อเราได้ชื่อที่ความหมายดี ๆ ตามที่เราต้องการแล้ว สิ่งต่อมาที่ควรนึกถึงคือ ชื่อนั้นเขียนอย่างไร สะกดยากเกินไปหรือเปล่า แล้วการออกเสียงจะเป็นอุปสรรคต่อลูกค้าหรือไม่ ดังนั้นชื่อร้านที่คุณตั้งควรเป็นชื่อที่สะกดและออกเสียงเรียกได้ไม่ยาก เพราะจะทำให้ลูกค้าจดจำได้รวดเร็วและไม่ลืมง่าย ๆ

3. ชื่อไม่ยาวเกินไป และหลีกเลี่ยงชื่อย่อ

           หลากคนอาจตั้งคำถามว่าทำไมควรหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อย่อ ในเมื่อบริษัท กิจการ ห้างร้านใหญ่ ๆ ก็ใช้ชื่อย่อกันเต็มไปหมด การใช้ชื่อย่อนั้นอาจทำให้ง่ายต่อการโฆษณา และการสื่อสารที่ง่ายขึ้นก็จริง แต่ในบริษัทเล็ก ๆ หรือขนาดกลางนั้น การใช้ชื่อย่อจะทำให้ลูกค้าที่ไม่ทราบว่าคุณทำธุรกิจด้านใด เกี่ยวกับอะไร

เทคนิคจัดการร้านค้าปลีกให้ขายดี

               เทคนิคจัดการร้านค้าปลีกให้ขายดี การที่จะทำให้ร้านค้าปลีกของคุณ ขายดี ลูกค้าเดินเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย จะทำอย่างไร นั่นคือ คำถามที่เจ้าของร้านค้าปลีกทุกรายต้องการรู้ ดังนั้นเราจึงขอเสนอเทคนิคจัดการร้านค้าปลีกให้ขายดี 3 เทคนิค

 

1. การวางตำแหน่งภายในร้านค้า
                 ทางเข้าร้าน และจุดจ่ายเงิน ลูกค้าจะเดินผ่านบ่อย ดังนั้นหากสามารถเพิ่มปริมาณสินค้าบริเวณนี้ให้มาก ก็จะเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นเช่นกัน ถัดไปจะเน้นเรื่อง การจัดระยะห่างของชั้นวางสินค้าให้พอดี  ชั้นวางสินค้า ควรแบ่งกลุ่มสินค้าให้เป็นหมวดหมู่ชัดเจน และเลือกลักษณะของชั้นวางให้เหมาะสม ในขณะที่ บรรยากาศภายในร้าน ก็ต้องสร้างบรรยากาศที่ดี หรือใช้โทนสีช่วย ร้านที่ใช้โทนสีอ่อนหรือสีขาวจะดูสว่างและสะอาด แสงสว่าง ที่เพียงพอจะทำให้มองเห็นสินค้าชัดเจน

2. การจัดซื้อสินค้าเข้าร้านและสต๊อกสินค้า
                การแบ่งประเภทสินค้าแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ สินค้าเน่าเสียง่าย สินค้าหมุนเวียนช้า และสินค้าหมุนเวียนเร็ว การเลือกสินค้าเข้าร้านต้องเลือกให้หลากหลาย เลือกยี่ห้อที่เป็นที่นิยม เลือกขนาดบรรจุเพียง 1 หรือ 2 ขนาด โดยปกติมักเป็นขนาดเล็ก เลือกสี กลิ่น หรือรส เฉพาะที่เป็นที่นิยม และเลือกโดยดูจากความ ต้องการของลูกค้า ส่วนแนวทางการสั่งซื้อสินค้า เจ้าของร้านต้องกำหนดระยะเวลาให้แน่นอนสม่ำเสมอ ประมาณสัปดาห์ละครั้ง และตรวจนับสินค้าคงเหลือก่อนสั่ง โดยตัดสินใจสั่งซื้อจากข้อมูลในอดีตแต่ก็ต้องหาข้อมูลใหม่ๆ ช่วยในการตัดสินใจอยู่เสมอ, สั่งซื้อตามจำนวนที่พอขายในช่วงเวลาที่กำหนด

3. การจัดสรรพื้นที่วางสินค้า
              การจัดสรรพื้นที่วางสินค้าและ ชั้นวางสินค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยพิจารณาจากยอดขายและความสะดวกของลูกค้าเป็นหลัก หลักเกณฑ์ในการจัดเรียงสินค้าคือ เห็นเด่นชัด เมื่อลูกค้าเห็นสินค้า สินค้านั้นย่อมได้รับการพิจารณาเลือกซื้อ เข้าถึงสะดวก ถ้าลูกค้าไม่สามารถแตะหรือหยิบสินค้าได้สะดวก สินค้านั้นย่อมไม่ได้รับการเลือกซื้อ จัดเรียงน่าสนใจ การตั้งตู้โชว์สินค้าให้ดึงดูดความสนใจ ช่วยให้ยอดขายสินค้าเพิ่มขึ้น

การสร้างจุดขายโดยสร้างความแตกต่าง

การสร้างจุดขาย ผู้ประกอบการร้านค้านั้นต้องวิเคราะห์หาจุดเด่น สร้างเอกลักษณ์ให้ร้านค้าแตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อให้ลูกค้าจดจำ เกิดความประทับใจ และมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายของร้านค้าเพิ่มจากลูกค้าเดิม และลูกค้ารายใหม่

เทคนิคการสร้างจุดขายโดยสร้างความแตกต่าง (ทั้งนี้ควรพิจารณาจากความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละทำเล)

1. แตกต่างด้วย “สินค้าและบริการ” เพิ่มสินค้าและบริการที่แตกต่างจากร้านอื่น โดยเลือกสินค้าที่ใหม่ มีคุณภาพได้มาตรฐาน และราคายุติธรรม เป็นที่ต้องการของตลาด

2. แตกต่างด้วย “การตกแต่งร้านค้า” การตกแต่งภายในร้านเน้นความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้า ชั้นวางสินค้าจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย ใช้ชั้นวางสีสันสดใส เพิ่มบรรยากาศด้วยเสียงเพลง และ กลิ่นหอม ส่วนการตกแต่งภายนอกร้านเน้นสีสันสดใสแปลกตา หรือใช้วัสดุท้องถิ่นมาตกแต่งร้าน เป็นต้น

3. แตกต่างด้วย “การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน” ก็คือ การเป็นศูนย์การในการกระจายข่าวสาร การจัดกิจกรรมคืนกำไรให้ชุมชน และการทำบุญ บริจาคในโอกาสต่างๆ เป็นต้น

การส่งเสริมการขายในร้านค้าปลีก

                การส่งเสริมการขาย เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขาย โดยจูงใจลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ร้านให้ได้มากที่สุด สามารถทำได้หลายรูปแบบ หลายช่วงเวลา ผู้ประกอบการควรจัดรายการส่งเสริมการขายให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด และจำเป็นต้องทำสื่อโฆษณาควบคู่ด้วยทุกครั้งเพื่อให้ลูกค้าทราบข้อมูลดังกล่าว

การทำสื่อส่งเสริมการขายภายนอกร้าน จำเป็นต้องมีป้ายหรือสื่อโฆษณาขนาดใหญ่สะดุดตา ติดอยู่หน้าร้าน ยืนอ่านได้สะดวก ทำให้ลูกค้าที่ผ่านไปมาทราบสินค้าราคาพิเศษและกิจกรรมที่ร้านจัดขึ้น ต้องดึงดูดให้ลูกค้าอยากเข้ามาซื่อสินค้าที่ร้านค้า

การทำสื่อส่งเสริมการขายภายในร้าน ต้องเป็นจุดดึงดูดสายตาและช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า ณ จุดขาย การติดสื่อภายในร้าน และบนชั้นวางสินค้าต่างๆ เช่น ติดหน้าสินค้าที่จัดรายการ, ติดหน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน เป็นต้น

 

 

สต๊อกสินค้า

             สต๊อกสินค้า เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของร้านค้า นอกจากการเพิ่มยอดขาย เพิ่มกำไร จำนวนสต็อกที่เหมาะสมจะช่วยให้ร้านค้ามีเงินหมุนเวียน และลดต้นทุน อีกทั้งยังสามารถเพิ่มกำไรได้อีกด้วย

สต็อกสินค้าต่ำสุดที่เหมาะสม คือ กำไรสูงสุด หมายถึง สินค้าที่มีไว้ขายตรงความต้องการลูกค้า ทำให้สามารถเปลี่ยนเป็น เงินได้เร็ว สต็อกสินค้ามีไม่มากเกินไป ทำให้สินค้าในร้านใหม่ สด สะอาดเสมอ

เทคนิคการบริหารสต็อกสินค้า

1. ไม่เก็บสต็อกสินค้ามากเกินไป

2. สำรวจความต้องการของลูกค้าสม่ำเสมอ

3. ระบายสินค้าขายช้า และนำสินค้าใหม่มาขายแทน

4. หาแหล่งซื้อสินค้าที่มีสินค้าครบ เพื่อสะดวกและประหยัดค่าเดินทาง

 

 

การตกแต่งร้านค้าให้น่าสนใจ

          การตกแต่งร้านค้าให้น่าสนใจนั้น รูปลักษณ์ร้านค้าภายนอก และภายในร้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างความประทับใจและยังดึงดูดให้ ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ มาอุดหนุนที่ร้าน นอกเหนือจากอัธยาศัยและบริการที่ดีของเจ้าของร้าน

1. การตกแต่งภายนอกร้าน

              การตกแต่งหน้าร้านด้วยวัสดุท้องถิ่น การทาสีร้านให้สะดุดตา การติดป้ายและวัสดุตกแต่งที่แปลกตา และการมีป้ายชื่อร้านเพื่อให้เป็นที่จดจำ เป็นต้น

2. การตกแต่งภายในร้านแสง

  •  แสงสว่างภายในร้านช่วยให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าง่ายขึ้น เสียง
  • ใช้เสียงเชิญชวนลูกค้า ทักทาย พูดคุยกับลูกค้า หรือเปิดดนตรีคลอเบาๆ สะอาด
  • จัดร้านสวย สะอาด ทั้งสินค้า ชั้นวาง และตู้แช่ สะดวก
  • สามารถเลือกซื้อสินค้าได้สะดวกและต่อเนื่อง สบาย
  • ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นกันเอง สบายใจเมื่อซื้อสินค้าเรา

3. การตกแต่งร้านตามเทศกาล

           การตกแต่งร้านตามเทศกาล ช่วยทำให้ลูกค้าทราบว่าร้านค้ามีสินค้าตามเทศกาลจำหน่าย ช่วยเพิ่ม ยอดขายและสร้างภาพลักษณ์ว่าร้านค้ามีสินค้าและบริการหลากหลาย ครบตามความต้องการตลอดทั้งปี