You're Here : Home บทความ ชั้นวางสินค้า การจัดวางสินค้าบนชั้นวางสินค้า
การจัดวางสินค้าบนชั้นวางสินค้า PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
ร้านขายสินค้าส่วนใหญ่มักจะมีผู้ขายซึ่งเป็นเจ้าของกิจการเอง หรือบางร้านอาจมีการจ้างพนักงานขายของโดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่คอยแนะนำให้คำอธิบายต่างๆ แก่ลูกค้า หากเป็นร้านขนาดใหญ่มีสินค้าหลายชนิดย่อมทำให้ต้องมีพนักงานขายจำนวนมาก การจัดตกแต่งร้านค้าจึงมีความสำคัญมาก ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
แสงสว่างภายในร้าน หากเราเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นร้านลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ เช่น 7-Eleven เราจะเห็นได้ว่ามีความสว่างทั่วทั้งร้านจากแสงไฟฟ้าที่ร้านได้ติดเอาไว้ แสงสว่างธรรมชาติ หรือแสงแดดมักไม่เพียงพอและทำความเสียหายให้แก่สินค้า ดังนั้นการใช้แสงไฟฟ้า แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงแต่ก็จูงใจลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าได้มากกว่าร้านที่ดูมืดๆ หากสินค้าตัวใดต้องการให้ลูกค้าสนใจเป็นพิเศษควรใช้สปอร์ตไลท์ส่องเรียกความสนใจแสงไฟ ภายในร้านควรเลือกใช้แสงจากหลอดฟลูโอเรสเซนท์ แต่ก่อนตัดสินใจเรื่องแสงสว่างควรรู้ว่าค่าไฟฟ้าจะเป็นสักเท่าไหร่ และใช้ไฟฟ้ากี่ดวงถึงจะคุ้มค่ากับการขายสินค้าด้วย
การตกแต่งสีภายนอกและภายในร้าน นอกจากการทาสีร้านค้าให้สดใสสว่างสวยงามแล้ว สีของบรรจุภัณฑ์และตัวสินค้าก็สามารถนำมาตกแต่งให้ร้านค้าดูดีขึ้นได้ จะต้องจัดชั้นวางโดยให้ผู้คนเห็นสินค้า ชัดเจนและสวยงาม แต่ก็ไม่ควรนำสินค้าที่ต่างชนิดกันแต่สีเดียวกันมาวางไว้รวมกัน เพราะจะทำให้ดูเหมือนกันไปหมด จึงควรแยกสินค้าที่มีสีสรรเหมือนกัน แต่ต่างชนิดกันเรียงไว้ต่อๆ กัน เพื่อให้เห็นความแตกต่าง
การจัดวางสินค้าบริเวณทางเข้าร้าน บริเวณใกล้ ๆ ทางเข้าร้านเป็นที่เหมาะสำหรับจัดวางสินค้าที่ต้องการเสนอขายเป็นพิเศษ เพราะเป็นที่ที่ลูกค้าทุกคนต้องเดินผ่านเข้าออก การจัดสินค้าไว้บริเวณนี้จึงทำให้สะดุดตา โดยเฉพาะบริเวณเคาน์เตอร์ชำระเงินที่ลูกค้าเข้าแถวรอที่จะชำระเงิน ควรหาของชิ้นเล็กๆ ที่ลูกค้าอาจลืมซื้อมาจัดวางไว้
การจัดหมวดหมู่ของสินค้า ควรจัดสินค้าที่มีการใช้สอยที่คล้ายคลึงกันหรือใช้ร่วมกัน วางไว้บริเวณเดียวกัน เช่น น้ำดื่ม เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม เครื่องใช้ในครัว ขนมปังสดและเบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว เสื้อผ้า เครื่องใช้เด็กอ่อน เป็นต้น
การติดป้ายบอกประเภทของสินค้า เพื่อให้รู้ว่าสินค้าอยู่ที่ใด เป็นการติดป้ายบอกชนิดของสินค้าตามที่จัดไว้เป็นหมวดหมู่ สะดวกในการค้นหาสินค้าตามที่ลูกค้าต้องการ อาจจะติดไว้ตามผนังห้อง หรือกึ่งกลางเหนือชั้นวางของ สินค้าใดวาง ณ จุดใด ก็ควรวางอยู่เป็นประจำ และไม่ควรเปลี่ยนแปลงที่วางสินค้าบ่อยเกินไป เพราะอาจจะทำให้ลูกค้าเสียเวลาค้นหาในครั้งต่อไปที่แวะเข้ามาซื้อสินค้าที่ร้าน
การติดป้ายราคาสินค้า ในปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มให้ความสนใจในรายละเอียดของสินค้าเพิ่มมากขึ้น ทั้งรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ ชื่อสินค้า วันผลิตและวันหมดอายุ คำแนะนำการใช้งานสินค้า ดังนั้นจะต้องติดป้ายบอกราคาเพิ่มให้กับตัวสินค้าซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดลงไปด้วย โดยต้องติดราคาบอกไว้บนตัวสินค้าทุกชิ้นให้ ชัดเจนพอที่ลูกค้าและพนักงานเก็บเงินจะอ่านได้ ยกเว้นสินค้าบางประเภทที่ขายเป็นจำนวนมาก เช่น เบียร์หรือเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม มักจะติดราคาในรูปแบบของแผ่นป้ายหรือโปสเตอร์ เป็นการช่วยประหยัดแรงงานและเวลาได้ หากเป็นสินค้าประเภทเดียวกันแต่ต่างยี่ห้อกัน อาจจะติดราคาไว้ที่ชั้นวางสินค้าจะช่วยให้ลูกค้าเห็นและเปรียบเทียบราคากันได้ ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาและแรงงานในการติดราคาใหม่เมื่อสินค้ามีราคาเปลี่ยนแปลง แต่ก็เป็นการให้ประโยชน์และรายละเอียดเพิ่มเติมรวมถึงความสะดวกให้กับลูกค้า อีกทั้งยังเป็นการสะดวกในการคิดราคาสินค้าอีกด้วย

       การจัดวางสินค้าบนชั้นวางสินค้านั้น ร้านค้าส่วนใหญ่มักจะมีผู้ขายซึ่งเป็นเจ้าของเอง หรือบางร้านมีการจ้างพนักงานขายของโดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่คอยแนะนำสินค้าต่างๆ แก่ลูกค้า  การจัดตกแต่งร้านค้าจึงมีความสำคัญมาก ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

dc_pos2

1. การจัดแสงสว่างภายในร้าน : หากเราเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ เราจะเห็นได้ว่ามีความสว่างทั่วทั้งร้านจากแสงไฟฟ้า ซึ่งแสงสว่างธรรมชาติ มักไม่เพียงพอ ดังนั้นการใช้แสงไฟฟ้า แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงแต่ก็จูงใจลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าได้มากกว่าร้านที่ดูมืดๆ หากสินค้าตัวใดต้องการให้ลูกค้าสนใจเป็นพิเศษควรใช้สปอร์ตไลท์ส่องเรียกความสนใจแสงไฟ ภายในร้านควรเลือกใช้แสงจากหลอดฟลูโอเรสเซนท์ แต่ก่อนตัดสินใจเรื่องแสงสว่างควรรู้ว่าค่าไฟฟ้าจะเป็นสักเท่าไหร่ คำนวนให้คุ้มค่ากับการขายสินค้าด้วย

2. การตกแต่งสีภายนอกและภายในร้าน : นอกจากการทาสีร้านค้าให้สดใสสว่างสวยงามแล้ว สีของบรรจุภัณฑ์และตัวสินค้าก็สามารถนำมาตกแต่งให้ร้านค้าดูดีขึ้นได้ จะต้องจัดชั้นวางโดยให้ผู้คนเห็นสินค้า ชัดเจนและสวยงาม แต่ก็ไม่ควรนำสินค้าที่ต่างชนิดกันแต่สีเดียวกันมาวางไว้รวมกัน เพราะจะทำให้ดูเหมือนกันไปหมด จึงควรแยกสินค้าที่มีสีสรรเหมือนกัน แต่ต่างชนิดกันเรียงไว้ต่อๆ กัน เพื่อให้เห็นความแตกต่าง

3. การจัดวางสินค้าบริเวณทางเข้าร้าน : บริเวณใกล้ ๆ ทางเข้าร้านเป็นที่เหมาะสำหรับจัดวางสินค้าที่ต้องการเสนอขายเป็นพิเศษ

เพราะเป็นที่ที่ลูกค้าทุกคนต้องเดินผ่านเข้าออก การจัดสินค้าไว้บริเวณนี้จึงทำให้สะดุดตา โดยเฉพาะบริเวณเคาน์เตอร์ชำระเงินที่ลูกค้าเข้าแถวรอที่จะชำระเงิน ควรหาของชิ้นเล็กๆ ที่ลูกค้าอาจลืมซื้อมาจัดวางไว้

 

4. การจัดหมวดหมู่ของสินค้า : ควรจัดสินค้าที่มีการใช้สอยที่คล้ายคลึงกันหรือใช้ร่วมกัน วางไว้บริเวณเดียวกัน เช่น น้ำดื่ม เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม เครื่องใช้ในครัว ขนมปังสดและเบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว เสื้อผ้า เครื่องใช้เด็กอ่อน เป็นต้น

5. การติดป้ายบอกประเภทของสินค้า : เพื่อให้รู้ว่าสินค้าอยู่ที่ใด เป็นการติดป้ายบอกชนิดของสินค้าตามที่จัดไว้เป็นหมวดหมู่ สะดวกในการค้นหาสินค้าตามที่ลูกค้าต้องการ อาจจะติดไว้ตามผนังห้อง หรือกึ่งกลางเหนือชั้นวางของ สินค้าใดวาง ณ จุดใด ก็ควรวางอยู่เป็นประจำ และไม่ควรเปลี่ยนแปลงที่วางสินค้าบ่อยเกินไป เพราะอาจจะทำให้ลูกค้าเสียเวลาค้นหาในครั้งต่อไปที่แวะเข้ามาซื้อสินค้าที่ร้าน

6. การติดป้ายราคาสินค้า : ในปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มให้ความสนใจในรายละเอียดของสินค้าเพิ่มมากขึ้น ทั้งรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ ชื่อสินค้า วันผลิตและวันหมดอายุ คำแนะนำการใช้งานสินค้า ดังนั้นจะต้องติดป้ายบอกราคาเพิ่มให้กับตัวสินค้าซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดลงไปด้วย โดยต้องติดราคาบอกไว้บนตัวสินค้าทุกชิ้นให้ ชัดเจนพอที่ลูกค้าและพนักงานเก็บเงินจะอ่านได้ ยกเว้นสินค้าบางประเภทที่ขายเป็นจำนวนมาก เช่น เบียร์หรือเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม มักจะติดราคาในรูปแบบของแผ่นป้ายหรือโปสเตอร์ เป็นการช่วยประหยัดแรงงานและเวลาได้ หากเป็นสินค้าประเภทเดียวกันแต่ต่างยี่ห้อกัน อาจจะติดราคาไว้ที่ชั้นวางสินค้าจะช่วยให้ลูกค้าเห็นและเปรียบเทียบราคากันได้ ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาและแรงงานในการติดราคาใหม่เมื่อสินค้ามีราคาเปลี่ยนแปลง แต่ก็เป็นการให้ประโยชน์และรายละเอียดเพิ่มเติมรวมถึงความสะดวกให้กับลูกค้า อีกทั้งยังเป็นการสะดวกในการคิดราคาสินค้าอีกด้วย

Comments (0)Add Comment

Write comment

security code
Write the displayed characters


busy
 

สินค้า Hot ล่าสุด

ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 180 cm แบบแผ่นชั้น
ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 180 cm แบบแผ่นชั้น
2,423.00 บาท
2,100.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 323.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น (หลังเจ
ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น (หลังเจ
2,175.00 บาท
1,900.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 275.00 บาท



ชั้นวางสินค้า สองหน้า ขนาด T x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น (หลังตะแก
ชั้นวางสินค้า สองหน้า ขนาด T x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น (หลังตะแก
3,064.00 บาท
2,700.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 364.00 บาท



ชั้นวางสิ้นค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 150 cm (หลังตะแกรง)
ชั้นวางสิ้นค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 150 cm (หลังตะแกรง)
3,200.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น หลังตะแ
ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น หลังตะแ
1,876.00 บาท
1,600.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 276.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 150 cm แบบแผ่นชั้น
ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 150 cm แบบแผ่นชั้น
2,022.00 บาท
1,800.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 222.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว รุ่นประหยัด 70x120 ซม.
ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว รุ่นประหยัด 70x120 ซม.
1,658.00 บาท
1,480.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 178.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดี่ยว รุ่นประหยัด 90x120 ซม.
ชั้นวางสินค้า หน้าเดี่ยว รุ่นประหยัด 90x120 ซม.
1,892.00 บาท
1,655.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 237.00 บาท



สถิติการใช้งานเว็บไซต์

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday233
mod_vvisit_counterYesterday395
mod_vvisit_counterThis week933
mod_vvisit_counterLast week2236
mod_vvisit_counterThis month6851
mod_vvisit_counterLast month9208
mod_vvisit_counterAll days995873

Online (20 minutes ago): 5
Your IP: 54.80.183.100
,
Today: 22 พ.ค. 2018