You're Here : Home บทความ
บทความ
อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับขายของตลาดนัด PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
สำหรับการค้าขายนั้น นอกไปจากสินค้าและทำเลในการขายแล้ว อุปกรณ์ต่างๆ ในการขายหรือจัดตั้งร้านก็เป็นสิ่งสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าจะต้องเตรียมพร้อมเช่นเดียวกัน
โครงเหล็ก
โครงเหล็กจัดเป็นอุปกรณ์ในการจัดตั้งร้านที่มีความจำเป็นสำหรับการ ขายของตลาดนัด ที่พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว โดยโครงเหล็กจะมีลักษณะเป็นโครงสี่เหลี่ยม มีขนาดให้เลือกตามความเหมาะสมของพื้นที่เช่า เป็นโครงที่สามารถถอดประกอบหรือปรับระดับความสูงต่ำได้ และสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ราคาของโครงเหล็กนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของเหล็ก ขนาดของรูปทรง สามารถสั่งซื้อแบบสำเร็จรูปหรือสามารถสั่งทำเป็นพิเศษได้  มีราคาโดยประมาณตั้งแต่ 2,000 – 5,000 บาท
เต้นท์ตลาดนัด
สำหรับร้านที่ไม่ได้ใช้โครงเหล็ก เต้นท์ตลาดนัดก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้ง่าย สามารถพับเก็บได้ มีราคาโดยประมาณตั้งแต่ 1,500- 3,500 บาทขึ้นอยู่กับขนาด
โต๊ะตลาดนัด โต๊ะตลาดนัดจะมีลักษณะเป็นโครง มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบที่มีแผงหลัง  แผงหลังคา แบบถอดประกอบ รวมถึงแบบที่สามารถพับเก็บได้  โดยในส่วนของพื้นที่หน้าโต๊ะนั้นพ่อค้าแม่ค้าจะนำตระแกรงเหล็กหรือแคร่ไม้ไผ่มาวางและปูทับด้วยผ้าอีกทีหนึ่ง  ร้านค้าที่ใช้โต๊ะตลาดนัดเป็นอุปกรณ์ในการค้าขายนั้นแน่นอนว่าต้องเป็นร้านที่ขายสินค้าทั่วๆ ไปที่ไม่ได้เน้นการแขวนมากนัก ไม่ว่าจะเป็นร้านขายนาฬิกา  เครื่องประดับ เครื่องสำอาง รองเท้า หรือร้านขายข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เป็นต้น โดยราคาของโต๊ะตลาดนัดนั้นจะมีราคาโดยประมาณตั้งแต่ 600 บาทขึ้นไป
ตะแกรง
ตะแกรงเป็นอุปกรณ์ที่น้ำหนักเบา จัดเก็บและเคลื่อนย้ายได้ง่าย ใช้ได้ทั้งสำหรับแขวนหรือวางสินค้า มีราคาโดยประมาณตั้งแต่ 80-150 บาทต่อแผ่น ขึ้นอยู่กับขนาด
ราวแขวน
อุปกรณ์จำเป็นสำหรับร้านขายเสื้อผ้าที่ปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแต่รูปแบบธรรมดาๆ เท่านั้น แต่ยังมีราวแขวนรูปแบบวินเทจที่ดูสวยงามด้วย ซึ่งราคาของราวแขวนโดยประมาณจะมีราคาตั้งแต่ 250 ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาด รูปแบบ และขนาดของเหล็ก
ร่มตลาดนัด ร้านค้าขายอาหารมักจะใช้ร่มตลาดนัดสำหรับกันแดดกันฝนเป็นส่วนใหญ่ เพราะไม่ได้ใช้รูปแบบการจัดร้านที่ต้องใช้โครงเหล็กหรือเต้นท์ตลาดนัด  ซึ่งร่มตลาดนัดมีราคาโดยประมาณตั้งแต่ 650-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด
แคร่ไม้ไผ่ขายของ
แคร่ไม่ไผ่มีหน้าที่เดียวกันกับตะแกรงเหล็กที่ใช้สำหรับปูบนโต๊ะขายของ แต่สามารถรับน้ำหนักและมีความมั่นคงกว่า ซึ่งมีราคาโดยประมาณตั้งแต่   200-250 บาทต่อม้วน
ชั้นวางสินค้า
นอกจากจะมีโต๊ะสำหรับจัดวางสินค้าแล้ว การที่มีชั้นวางที่สวยงามก็ทำให้สินค้าดูโดดเด่นและน่าซื้อขึ้นมาได้  ซึ่งชั้นวางแต่ละรูปแบบนั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าที่ขายและไอเดียของพ่อค้าแม่ค้าในการเลือกใช้นั่นเอง
หุ่นโชว์สินค้าต่างๆ
ไม่เพียงแต่หุ่นโชว์เสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังมีหุ่นโชว์รองเท้าหรือหุ่นโชว์เครื่องประดับ ที่ทำให้สินค้าดูน่าสนใจและทำให้ลูกค้าสามรถมองเห็นภาพได้ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ สำหรับหุ่นโชว์เสื้อผ้าจะมีราคาแตกต่างกันขึ้นอยู่กับวัสดุ ขนาด รูปแบบ มีราคาโดยประมาณตั้งแต่ 400-2,500 บาท    หุ่นโชว์รองเท้ามีราคาโดยประมาณ 38 บาท

        สำหรับการค้าขายสินค้าต่างๆนั้น นอกไปจากการหาสินค้าและเลือกทำเลในการขายแล้ว อุปกรณ์ต่างๆ ในการขายหรือจัดตั้งร้านค้าก็เป็นสิ่งสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าจะต้องเตรียมพร้อมเช่นเดียวกัน  

โครงเหล็ก 

Skeletal

       โครงเหล็กจัดเป็นอุปกรณ์ในการจัดตั้งร้านที่มีความจำเป็นสำหรับการ ขายของตลาดนัด ที่พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว โดยโครงเหล็กจะมีลักษณะเป็นโครงสี่เหลี่ยม มีขนาดให้เลือกตามความเหมาะสมของพื้นที่เช่า เป็นโครงที่สามารถถอดประกอบหรือปรับระดับความสูงต่ำได้ และสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ราคาของโครงเหล็กนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของเหล็ก ขนาดของรูปทรง สามารถสั่งซื้อแบบสำเร็จรูปหรือสามารถสั่งทำเป็นพิเศษได้  มีราคาโดยประมาณตั้งแต่ 2,000 – 5,000 บาท


เต้นท์ตลาดนัด 

tent

          สำหรับร้านที่ไม่ได้ใช้โครงเหล็ก เต้นท์ตลาดนัดก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้ง่าย สามารถพับเก็บได้ มีราคาโดยประมาณตั้งแต่ 1,500- 3,500 บาทขึ้นอยู่กับขนาด 

 

 
เทคนิคสำหรับร้านค้าปลีกเพื่อสู้ตลาดอีคอมเมิร์ซ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   

            ปัจจุบันการเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มนิยมหันไปซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น รวมถึงกลยุทธ์ดึงดูดลูกค้าของห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ด้วย

retail-vs-ecom

เทคนิคในการปรับปรุงการบริหารร้านค้าปลีก

1. การเสนอสินค้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด

           ร้านค้าจะต้องเข้าใจสาเหตุต่าง ๆ ที่ลูกค้ามาเลือกซื้อของที่ร้านของตนเพราะเหตุใด พฤติกรรมใน การเลือกซื้อของลูกค้าแต่ละกลุ่มเป็นอย่างไร จะช่วยให้ร้านค้าสามารถจับประเด็นและนำไปปรับปรุงร้านของตนได้ดีขึ้น

2. ร้านค้าควรให้บริการที่เป็นมิตรหรือเป็นกันเองกับลูกค้า

          เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า เจ้าของร้านควรมีการแนะนำสินค้า เนื่องจากมีลูกค้าจำนวนมาก จะชอบเลือกซื้อสินค้าตามคำแนะนำ ดังนั้น การแนะนำสินค้าที่มีคุณภาพดีให้กับลูกค้า จะทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า มีความเชื่อใจ รู้สึกว่าเจ้าของร้านเอาใจใส่เป็นอย่างดี และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการสร้างลูกค้าประจำ

3. ร้านค้าปลีกจำเป็นต้องมีการบริหารร้านอย่างมีประสิทธิภาพ

           ไม่ว่าจะเป็น ด้านการสั่งซื้อสินค้า การเก็บสต็อกสินค้า ควรมีการจัดทำบัญชีรายการสินค้าเข้าออก และบัญชีรายรับรายจ่ายในแต่ละวัน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการวางแผนการจัดซื้อสินค้า และการทำสต็อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังรู้ว่าสินค้าชนิดใดบ้าง ที่ลูกค้านิยมซื้อมากที่สุด เพื่อหาสินค้ามาตอบสนองลูกค้าได้ตรงจุด

 
เทคนิคการตั้งราคาสำหรับร้านค้า PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   

         เทคนิคการตั้งราคาสำหรับร้านค้า  มีความต่อธุรกิจร้านค้าปลีกที่ปัจจุบันมีการแข่งขันสูง กลุ่มสินค้าที่ร้านค้าเลือกเข้ามาขายในร้านกับ การตั้งราคาขายแต่ละกลุ่มเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านค้ามีผลกำไรสูงสุด โดยคำนึงหลักพื้นฐาน ดังนี้

price

1. การตั้งราคาเพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรหลักของร้าน
กลุ่มสินค้าจำเป็นต้องตั้งราคาเท่ากับหรือต่ำกว่าคู่แข่ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าร้านค้าเราขายของไม่แพง
2. การตั้งราคาเพื่อสร้างผลกำไรและภาพลักษณ์ความทันสมัย
กลุ่มสินค้าใหม่หรือสินค้าตามเทศกาล สามารถตั้งราคาเต็มเพื่อสร้างกำไรระยะสั้น
3. การตั้งราคาแบบสร้างความสามารถในการแข่งขัน
กลุ่มสินค้าหรือบริการเฉพาะที่ร้านใกล้เคียงไม่มี สามารถตั้งราคาสูงกว่าสินค้าปกติ เพื่อเพิ่มผลกำไรของร้านโดยรวมมากขึ้น

1. การตั้งราคาเพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรหลักของร้าน

              กลุ่มสินค้าจำเป็นต้องตั้งราคาเท่ากับหรือต่ำกว่าคู่แข่ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าร้านค้าเราขายของไม่แพง

2. การตั้งราคาเพื่อสร้างผลกำไรและภาพลักษณ์ความทันสมัย

             กลุ่มสินค้าใหม่หรือสินค้าตามเทศกาล สามารถตั้งราคาเต็มเพื่อสร้างกำไรระยะสั้น

3. การตั้งราคาแบบสร้างความสามารถในการแข่งขัน

            กลุ่มสินค้าหรือบริการเฉพาะที่ร้านใกล้เคียงไม่มี สามารถตั้งราคาสูงกว่าสินค้าปกติ เพื่อเพิ่มผลกำไรของร้านโดยรวมมากขึ้น

 

 

 
เทคนิคการเลือกสินค้าเข้าร้านค้าปลีก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   

เทคนิคการเลือกสินค้าเข้าร้านค้าปลีก ควรมีสินค้าและบริการหลายหลากตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด การเลือกจำนวนสินค้าแต่ละกลุ่มสินค้าได้อย่างเหมาะสม จะสามารถทำให้ร้านค้าได้ยอดขายและกำไรสูงสุด หลักการเลือกสินค้าเข้าร้านค้ามีดังนี้

choose_product

 

1. สินค้าจำเป็น (กลุ่มสินค้าหลักเพื่อสร้างยอดขาย)
สินค้าที่ขายดีเป็นที่ต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ และดึงให้ลูกค้ามาซื้อของในร้าน จำเป็นต้องมีขายตลอดเวลา ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค

1. สินค้าจำเป็น (กลุ่มสินค้าหลักเพื่อสร้างยอดขาย)สินค้าที่ขายดีเป็นที่ต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ และดึงให้ลูกค้ามาซื้อของในร้าน จำเป็นต้องมีขายตลอดเวลา ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค

2. สินค้าใหม่ สินค้าเฉพาะ และสินค้าตามเทศกาล(เพิ่มยอดขายและกำไร)

สินค้ากลุ่มนี้ช่วยเพิ่มยอดขาย กำไร และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของร้าน ว่ามาที่ร้านแล้วได้สินค้าครบทุกครั้งทุกโอกาส ได้แก่ สินค้าใหม่ที่ออกโฆษณา สินค้าเฉพาะที่หาซื้อยาก หรือสินค้าตามเทศกาล ซึ่งเจ้าของร้านควรพิจารณานำ สินค้ามาจำหน่ายในปริมาณที่เหมาะสม และต้องจัดชั้นวางสินค้าให้มีสินค้าครบครันตามความเหมาะสม ที่สำคัญต้องมีการติดประชาสัมพันธ์เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าร้านเรามีสินค้า กลุ่มใหม่ๆจำหน่าย

3. บริการเฉพาะของร้าน(เพิ่มจำนวนคนเข้าร้านและเพิ่มลูกค้าใหม่)

สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และดึงดูดความสนใจลูกค้า เจ้าของร้านควรพิจารณา บริการเสริมต่างๆมาให้บริการในร้าน เช่น ตู้กดน้ำ, เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ,

 
ปัจจัยที่ทำให้ร้านค้าประสบความสำเร็จ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   

ปัจจัยที่ทำให้ร้านค้าประสบความสำเร็จ อันดับแรกก็คือ "ทำเลที่ตั้งร้านค้า" ที่ต้องอยู่ใกล้กลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยในการเลือกที่ตั้งร้านค้าอย่างรอบคอบดังนี้

place_shop2

1. สภาพแวดล้อมโดยรวม

     - ธุรกิจที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง

     - พื้นที่สำหรับจอดรถ

     -  สิ่งกีดขวางหน้าร้าน

     - ทิศทางลม และ แสงแดด

2. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายลูกค้า

      - ประเภทลูกค้า

      - พฤติกรรมลูกค้า

      - กำลังซื้อของลูกค้า

3. แนวโน้มเศรษฐกิจของทำเลที่ตั้ง

      - การตัดถนน

      - สิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ

 
เริ่มแรกย้อนกลับ123ถัดไปสุดท้าย

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL

สินค้า Hot ล่าสุด

ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น หลังตะแ
ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น หลังตะแ
1,876.00 บาท
1,600.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 276.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดี่ยว รุ่นประหยัด 90x120 ซม.
ชั้นวางสินค้า หน้าเดี่ยว รุ่นประหยัด 90x120 ซม.
1,892.00 บาท
1,655.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 237.00 บาท



ชั้นวางสิ้นค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 150 cm (หลังตะแกรง)
ชั้นวางสิ้นค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 150 cm (หลังตะแกรง)
3,200.00 บาท



ชั้นวางสินค้า สองหน้า ขนาด T x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น (หลังตะแก
ชั้นวางสินค้า สองหน้า ขนาด T x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น (หลังตะแก
3,064.00 บาท
2,700.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 364.00 บาท



ชั้นวางสินค้า สองหน้า ขนาด T x 90 x 120 cm แบบตะกร้า(หลังตะแกรง)
ชั้นวางสินค้า สองหน้า ขนาด T x 90 x 120 cm แบบตะกร้า(หลังตะแกรง)
3,064.00 บาท
2,700.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 364.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 180 cm แบบแผ่นชั้น
ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 180 cm แบบแผ่นชั้น
2,423.00 บาท
2,100.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 323.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดี่ยว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบตะกร้า(หลังตะแก
ชั้นวางสินค้า หน้าเดี่ยว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบตะกร้า(หลังตะแก
1,876.00 บาท
1,600.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 276.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น (หลังเจ
ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น (หลังเจ
2,175.00 บาท
1,900.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 275.00 บาท



สถิติการใช้งานเว็บไซต์

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday121
mod_vvisit_counterYesterday258
mod_vvisit_counterThis week121
mod_vvisit_counterLast week2153
mod_vvisit_counterThis month6627
mod_vvisit_counterLast month7451
mod_vvisit_counterAll days969165

Online (20 minutes ago): 3
Your IP: 54.167.62.170
,
Today: 25 ก.พ. 2018